Thunyathon 的个人资料จงรักในสิ่งที่ทำ照片日志列表 工具 帮助

Suraudorn Thunyathon

第 1 张,共 491 张
11月7日

ชีวิตไม่สิ้นต้องดิ้นต่อไป

ตอนนี้ฉันรู้แต่ว่าชีวิตต้องสู้ ต้องสู้ต่อไป ต้องอดทนเพื่อคนที่เรารัก เธอบุคคลที่ยิ่งใหญ่ เป็นคนที่มีพระคุณต่อฉัน เป็นคนที่มีจิตใจงดงาม
และในหลายๆสิ่งในตัวเธอที่อาจจะบรรยายเป็นตัวหนังสือก็ไม่เพียงพอ เธอคือ แม่ของฉันเอง
แม่ของฉันมีโรคประจำตัวสุดฮิตของคนสูงอายุ คือโรคความดันสูงนั่นเอง เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาเธอป่วยหนักเนื่องจากขาดเลือดไปเลี้ยงสมองและทำให้เป็นอัมพฤกษ์ครึ่งซีก ตอนแรกที่ไปถึงสมองขาดเลือดไม่มากหมอให้ยาเพื่อลดอาการบวมของสมอง แต่ก็ไม่เป็นผล
สมองแม่เริ่มบวมขึ้นเรื่อยๆ อยู่รพ.แค่ 2 คืน หมอก็ให้เอ๊กซเรย์อีกรอบ กลับกลายเป็นว่าอาการบวมมากขึ้นเกือบถึงครึ่งของสมองหมอก็แนะนำว่า
ควรจะผ่าโดยด่วนผ่ากับไม่ผ่าโอกาสก็น้อยพอกัน เมื่อได้ฟังอย่างนี้ฉันแทบจะพยุงตัวเองไม่ไหว รู้สึกหมดเรี่ยวแรง แต่ก็ต้องฝืนทน เมื่อได้ปรึกษากับ
ญาตพี่น้องแล้วก็ตัดสินใจผ่าฉันก็ไปเซ็นยินยอมให้หมอผ่า โดยคุณหมอที่ผ่าตัดคือคุณหมอเอกราช ฉันพอรู้มาบ้างว่าคุณหมอคนนี้เก่งด้านการผ่าตัด
สมอง ฉันและครอบครัวต่างภาวนาให้แม่ปลอดภัยเป็นสิ่งเดียวที่สามารถทำได้ในตอนนั้น และได้แต่นั่งเฝ้ารอแม่อยู่ข้างนอกเมื่อหมอทำการผ่าตัดเสร็จเรียบร้อย
พยาบาลและผู้ช่วยก็เข็นแม่ฉันไปที่ห้อง ICU ทันที ฉันเห็นแม่หัวโล้นแล้วมีผ้าปิดที่หัว ทั้งตัวทั้งมือไม้ฉันสั่นไปหมด
มันเป็นภาพที่ปวดใจสุดๆ หน้าของฉันเต็มไปด้วยน้ำตา มันช่างภาพที่สลดใจอะไรปานนั้นเมื่อเราเห็นคนที่เรารักต้องเจ็บปวด ทนทุกข์ทรมาน
แต่ฉันก็ต้องเข้มแข็ง เพราะหากฉันอ่อนแอ แล้วใครจะทำหน้าที่ดูแลแม่ต่อไป เมื่อตั้งสติได้ฉันก็รีบวิ่งตามรถที่เข็นแม่เข้าไปในห้อง ICU ด้วย และฉันก็กุมมือแม่ไว้ตลอดจนพยาบาลต้องบอกให้ญาต
ออกไปและให้กระโหลกที่ทำการผ่าตัดแม่มาให้ดู ดูจากกระโหลกที่ทำการผ่าตัดใหญ่มากพอสมควร ทำให้ฉันต้องทำใจว่าต่อไปนี้ฉันอาจจะไม่ได้พบเจอแม่แล้ว แต่อีกใจนึกก็ยังหวังแม่จะเป็นความหวังอันน้อยนิด
จากวันนั้นถึงวันนี้แม่ก็มีอาการดีขึ้นทุกวันๆ ตอนนี้แม่สามารถกินข้าวได้ พูดได้ แต่แขน ขา ก็ยังใช้งานไม่ได้ ตอนนี้ฉันก็ยังมีความหวังว่าแม่จะต้องหายเป็นปกติในเร็ววัน หวังว่ากายภาพบำบัดแล้วแม่จะเดินได้
ยกแขน ขา ได้ปกติ

หมั่นดูแลเอาใจใส่คนที่คุณรักให้ดีที่สุดเท่าที่คุณสามารถทำได้ โรคนี้เป็นโรคที่เป็นฉับพลันมาก ไม่อยากให้ใครต้องเป็นเหมือนแม่  มันเป็นประสบการณ์อันยิ่งใหญ่สำหรับฉันมากเลยทีเดียว
9月19日

นอนไม่หลับ

นอนไม่หลับ

อาการนอนไม่หลับเป็นเรื่องหนึ่งที่กระทบต่อชีวิตของทุกคนที่เป็น มีผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานทั้งจากเรื่องการง่วงนอนเวลากลางวัน ขาดสมาธิ และก่อความเครียด เนื่องจากปัจจุบัน สังคมเรามีรูปแบบชีวิตการทำงานต่างกันไป นิยามของการนอนไม่หลับก็ยึดที่ความหมายที่ว่า"เวลาที่นอนไม่พอ"หรือ"คุณภาพในการนอนต่ำ"ที่มีผลต่อชีวิตประจำวันในช่วงเวลาที่ต้องตื่น ดังนั้นพอจะอนุโลมได้ว่าถ้าไม่มีปัญหาในการทำงานหรือรู้สึกไม่ดีก็ไม่มีความจำเป็นต้องรักษา และในทางกลับกันถึงจะนอนกินบ้านกินเมืองสันหลังยาวเท่ารันเวย์ แต่ถ้าตื่นมาแล้วนั่งหลับสัปหงกหาวหวอดๆทั้งวันก็เห็นจะต้องจัดเป็นกลุ่มนอนไม่หลับให้เหมือนกัน

ก่อนที่จะเข้าเรื่องต่อไปผมขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่านลองนั่งนึกดูว่าในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาโดยเฉลี่ยแล้วนอนไปวันละกี่ชั่วโมง, มีปัญหาในการทำงานเนื่องจากความง่วงจนไม่มีสมาธิบ้างไหม แล้วลองมาดูกัน

โดยทั่วไปคนส่วนใหญ่จะใช้เวลาในการนอนต่างๆกันไปตามแต่อายุ ยิ่งอายุมากขึ้นความต้องการในการนอนก็จะลดลงไป

เด็ก ทารก - 12 ชม.
วัยรุ่น - 6-10 ชม.
ผู้ใหญ่ 6-8 ชม.
ชราอาวุโส 4-6 ชม.

ตัวเลขเหล่านี้หลายคนอาจจะเคยคุ้นๆตาผ่านตามาแล้วบ้าง แต่ผมของแจงรายละเอียดเพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน

-- หมายถึงเวลานอนติดต่อกันหรืออย่างน้อยต้องเป็นในช่วงเดียวกัน ถ้านอนกลางวันมา 1 ชม. จะไม่เอามารวมกับเวลานอน, หรือถ้านอนแล้วลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำแล้วกลับไปนอนต่อ ก็ให้ถือไว้ว่านอนต่อเนื่องกันไปเลยหรือบอกไว้หน่อยว่านอนรวมกี่ชั่วโมงโดยมีการลุกขึ้นมากี่ครั้ง
-- เป็นค่าโดยประมาณ ไม่ได้เถรตรงตามนี้มากนัก เพราะว่าคนเราเวลาจะหลับจะนอนคงไม่รู้ว่าจริงๆแล้วหลับไปตอนไหนกันแน่
-- เวลาที่หมอถามว่า นอนไปกี่ชม. หรือนอนตั้งแต่กี่โมงถึงกี่โมง ก็ให้เอาเวลาที่เอนหลังหัวถึงหมอนเตรียมตัวนอนจนถึงช่วงที่ลืมตาตื่นเป็นหลัก เพราะปัญหาในการซักถามเรื่องเวลาอยู่ที่มีคนจำนวนไม่น้อยเข้าใจผิดอยู่ว่าเวลานอนคือช่วงที่เข้าไปในห้องนอนเตรียมนอน , ซึ่งหลายคนรวมเวลาที่อาบน้ำ, ดูทีวี(ส่วนใหญ่จะเป็นสอรายู้ด), อ่านหนังสือก่อนนอนเข้าไปด้วย หรือในบางคนตื่นเช้ามาอ่านหนังสืออาบน้ำแต่งตัวคุยโทรศัพท์ พวกนี้ก็ไม่ถือเป็นเวลานอนเช่นกัน

ต่อจากนั้น ก็มาดูว่าเวลานอน นอนได้ดีจริงหรือไม่แค่ไหน มีช่วงใดที่รู้สึกว่านอนไม่หลับหรือไม่ โดยหมอจะซักถามเพื่อแยกว่าการนอนไม่หลับเป็นในช่วงใดบ้าง แบ่งเป็นสามกลุ่มคือ

นอนไม่หลับช่วงต้น - ต้องนอนกลิ้งไปมา นับแกะอยู่นานกว่าจะหลับ
นอนไม่หลับช่วงกลาง - นอนหลับๆแล้วตื่นขึ้นมากลางดึก นอนตาค้างอยู่นานกว่าจะข่มตาหลับได้
นอนไม่หลับในช่วงท้าย - หลับไปนาน แล้วก็ตื่นขึ้นมานอนไม่หลับช่วงดึกๆจนกระทั่งสว่างคาตา หรือพอกำลังจะหลับได้อีกทีก็เช้าสว่างต้องไปทำงานต่อ

นอกจากนี้หมออาจจะถามต่อไปอีกถึงว่า แล้วก่อนหน้านี้ที่นอนได้ดีไม่มีปัญหาน่ะ นอนยังไง, ตัวคุณเองรู้หรือสงสัยว่าอะไรเป็นสาเหตุให้นอนไม่หลับหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อประเมินชนิดความรุนแรงและหาวิธีรักษา

- ถ้าเวลาที่นอนดูเหมือนพอ หรือว่าเกินพอ แต่ว่ายังมีปัญหาในการนอนแสดงว่า"คุณภาพ" การนอนไม่ดีพอ
-
ถ้าเวลานอนหลับสนิทตลอดแต่ว่าเวลาที่นอนน้อยดูแล้วไม่พอ หรือโดยเฉพาะถ้านอนแล้วถูกปลุกให้ตื่น แสดงว่าปริมาณการนอนไม่พอเพียง

-โดยเฉพาะหากเป็นใหม่ๆเลยให้ลองนึกเปรียบเทียบดูกับเมื่อก่อนที่จะมีอาการนอนไม่หลับว่า เวลาที่ใช้ในการนอนนั้นเปลี่ยนไปไหม ถ้านอนน้อยลง ก็แปลว่าเป็นปัญหาทาง"ปริมาณ" แต่ถ้านอนมากขึ้นหรือนอนเท่าๆเดิม ก็แสดงว่าเป็นปัญหาทางด้าน "คุณภาพ" ในการนอน ที่ต้องเน้นเรื่องคุณภาพและปริมาณเพราะว่าเป็นเรื่องสำคัญทื่มีผลต่อการเลือกวิธีการรักษาครับ
-ถ้าปัญหาอยู่ที่ปริมาณเวลานอนไม่พอ ก็ต้องแก้ไขด้วยการทำให้มันพอ ซึ่งเรื่องนี้รักษากันไม่ได้ ทางแก้เดียวคือต้องเข้าไปจัดการชีวิตทำให้เวลานอนมากขึ้นให้ได้ บางคนแก้ไขปัญหานี้ด้วยการซัดยานอนหลับเข้าไป แต่ก็กลับเป็นปัญหาเพราะว่าเวลานอนที่ยิ่งน้อยอยู่ พอกินยานอนหลับเข้าไป ตอนจะตื่นก็ยิ่งง่วงเพราะฤทธิ์ยานอนหลับอีก..เป็นปัญหากันไปใหญ่

หลายคนอาจจะคิดว่าการใช้ยาหรือบำบัดวิธีต่างๆ จะปรับปรุงให้เวลานอนที่น้อยๆแค่2-3ชั่วโมงเพียงพอ...แต่ที่จริงแล้วร่างกายของแต่ละคนมีจุดlimitของมันเองครับ ดังนั้นถ้าปรับปรุงการนอนจนเต็มที่แล้วไม่ได้ผล การลองเพิ่มเวลาที่ให้กับการนอนก็เป็นทางเลือกนึงที่น่าลองดู

- ดังนั้น การแก้ปัญหาที่ทำได้ก็อยู่ที่ปัญหาคุณภาพในการนอน ซึ่งปัญหามักอยู่ที่การมีปัจจัยต่างๆมารบกวนทำให้การนอน(ที่มีอยู่น้อยอยู่แล้ว)น้อยลงไปอีก หรือทำให้ช่วงของการนอนหลับลึกน้อยลง

การรักษาและแก้ปัญหา

การรักษาที่คนส่วนมากต้องการเมื่อมาหาหมอก็คือ ต้องการยานอนหลับ ในขณะที่ความเป็นจริงแล้ว การรักษาที่จะได้ผลในระยะยาวและตรงจุดก็คือ การกำจัดสาเหตุหรือแก้ไขปรับปรุงเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนซึ่งมักจะแบ่งตามช่วงของเวลาที่นอนไม่หลับ

นอนไม่หลับช่วงต้น เป็นชนิดที่เป็นกันมากที่สุด

พอเอนหลังลงนอนหัวถึงหมอนแล้วเกิดอาการไม่ง่วงขึ้นมาเฉยๆ วิธีแก้คือ

1) กำจัดสาเหตุ ซึ่งสาเหตุที่เจอได้คือ
- สารกระตุ้นต่อจิตประสาท - เหล้า บุหรี่ กาแฟ (ชา ชาเขียว ชาขาว โค้ก ช้อกโกแลต เครื่องดื่มชูกำลัง ฯลฯ ที่มีคาเฟอีน)
- ยาเสพติด ยาบ้า(ม้า) เฮโรอีน (เฮ) โคเคน (วัว) กัญชา (ชาเขียว) พวกนี้เวลาเสพไปแล้วตื่นๆก็ชอบมาขอยานอนหลับ
- ปัจจัย กระตุ้นภายนอก เช่น แสง เสียง สะเทือน สั่น หนาว ร้อน
- ปัจจัยกระตุ้นภายใน เช่น เครียด จิตมุ่งแต่เรื่องนอน ครุ่นคิดเรื่องใดเรื่องหนึ่งนานๆ (ที่เจอได้พอสมควรคือกลุ่มที่ไปฝึกกำหนดสติมาใหม่ๆ)
-
โรคบางโรค เช่นการมีโรคปอดหรือโรคหัวใจอยู่เดิม ที่อาการมักกำเริบได้ในเวลานอน รวมทั้งโรคที่พบได้บ่อยมากๆอีกโรคคือ ภูมิแพ้จมูก


2) ปรับสุขลักษณะการนอนให้ดี (ข้อนี้ผมลอกมาทั้งดุ้น)
1. เข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลา
2
. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรออกกำลังกายก่อนนอน

3. จัดสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม หลีกเลี่ยงเสียงดัง หรืออากาศร้อน
4
. ทำจิตใจให้สบายก่อนนอน หลีกเลี่ยงสิ่งที่กระตุ้นจิตใจ

4. ไม่ใช้เตียงทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่น อ่านหนังสือ รับประทานอาหาร
6
. หากนอนไม่หลับนานเกิน 30 นาที ให้ลุกจากเตียง ทำกิจกรรมอื่นจนง่วง จึงเข้านอนใหม่
5
. งดสุรา กาแฟ ก่อนนอน

6. ดื่มนม กล้วย หรืออาหารอื่นที่มี tryptophan สูง ทำให้หลับได้ดีขึ้น

3) การใช้ยานอนหลับ
เป็นตัวเสริมเท่านั้น เพราะว่าจะช่วยให้รู้สึกง่วงเพิ่มขึ้น เครียดน้อยลง และไปทำให้ความรู้สึกว่าถูกรบกวนจากสิ่งแวดล้อมลดลง(เจอคนมาเต้นแร๊พข้างๆก็ไม่รู้สึกว่าถูกรบกวน)
ในบางรายแพทย์อาจคุยซักถามว่าไม่ใช่โรคที่ร้ายแรง และอาจให้ยาไปก่อน ถ้าหากไม่ได้ผลก็ค่อยกลับมาหาสาเหตุก่อน ซึ่งขึ้นกับสถานการณ์เพราะว่าเรื่องอาการนอนไม่หลับโดยตัวมันเองเป็นโรคที่ตรวจอะไรไม่ค่อยจะเจออยู่แล้ว (ดังนั้นบางคนเวลาไปขอยานอนหลับ อาจจะได้ง่ายเพียงแค่เล่าประวัติไป แต่ในบางคนเล่าประวัติบางอย่างไปอาจจะโดนตรวจซักหลายอย่างและอาจไม่ได้ยา ขึ้นกับรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ) แต่ยานอนหลับไม่ใช่การรักษาหลักนะครับ เป็นเพียงตัวเสริม ในที่สุดก็ต้องทำตามพระเอกนั่นก็คือ ปรับสุขลักษณะการนอนให้ดี ซึ่งจะได้ผลในระยะยาวมากกว่า

เชื่อว่าเมื่ออ่านวิธีรักษาแล้วคงเข้าใจและพอมีทางแก้ไขปัญหานะคะ

นิทานเรื่อง...

นิทานเรื่อง ผู้ชายดี ๆ เลือกคู่

ผู้ชายคนนึงอยากแต่งงาน แต่ไม่รู้จะเลือกใครดีระหว่างผู้หญิง 3คน
เขาเลยให้ของขวัญทั้ง 3 คนเป็นเงินสดคนละ 5,000เหรียญ
แล้วดูว่าแต่ละคนจะทำอะไรกับเงินที่ให้ไป

คนแรกเอาไปใช้เรื่องแต่งตัวหมดเลย เธอเข้าร้านเสริมสวย
ทำผมใหม่ แต่งหน้าใหม่ ซื้อชุดสวย ๆ ใหม่ใส่
เธอบอกเขาว่าที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่ออยากสวย
สำหรับเขาเพราะเธอรักเขามาก เขาประทับใจเธอมาก

สาวคนที่สองไปซื้อของใช้ผู้ชายให้เขา
เธอซื้อไม้กอล์ฟใหม่ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์
และเสื้อผ้าแพง ๆ ให้เขา
ตอนเธอให้ของขวัญเขาเธอบอกว่า
เธอใช้เงินทั้งหมดเพื่อเขาคนเดียวเพราะเธอรักเขา
เขาก็ประทับใจอีก

คนที่สามเอาเงินไปลงทุนในตลาดหุ้น ได้เงินมาหลายเท่า
เธอคืนเงิน 5,000 เหรียญแก่เขา
และลงทุนต่อโดยใช้ชื่อร่วม
เธอบอกเขาว่าเธออยากเก็บเงินไว้เพื่ออนาคตสำหรับเธอและเขา
เพราะเธอรักเขามาก
เขาประทับใจเป็นที่สุด

ชายหนุ่มคิดอยู่นานเกี่ยวกับวิธีใช้เงินของผู้หญิงแต่ละคน 
และแล้วเขาก็แต่งงานกับคนที่นมใหญ่ที่สุด
ผู้ชายก็เป็นแบบนี้แหละรู้ไว้ซะ.....หุหุดูเขาดิ
 

*****************************************************************

7月26日

สุภาษิตน่ารู้

คนโง่ไม่รู้สุภาษิต คนฉลาดสร้างตัวแม้ไร้เงิน
คนโง่ถามปัญหาหนึ่งนาที คนฉลาดคิดทั้งที่ตอบไม่ได้
คนโง่สะสมเงิน คนฉลาดใช้ให้คุ้มค่า
คนดีมีน้อย คนถ่อยมีมาก
คนชอบเขาว่าเราดี คนชังเขาว่าเราชั่ว
คนฉลาดต้องรู้ว่าตนเองโง่
คนฉลาดไม่พูดมาก คนโง่พูดเป็นฉากๆ
คนใจแคบกังวลทุกเรื่อง คนใจกว้างยอมรับไปทั่ว
 
งาช้างที่ไหนจะงอกจากปากหนูนา
งาช้างมั่นคงไม่หดคืน วาจามั่นใจไม่กลิ้งกลอก
ง่ายตอนที่คิด พอทำกับมาติด
เงินทองร้อยล้าน ยังน้อยกว่าน้ำใจร้อยดวง
งูพิษที่เลวร้ายมีค่ามากกว่าเพื่อนเลวที่หักหลัง
เงินหมดยกให้พี่หา เงินมียกให้น้องใช้
โง่แล้วอย่าอวดดี จะเสียทีเพราะคนอื่น
เงาย่อมไม่มีคน
 
จงเข้มงวดกับตนเอง แต่ให้ผ่อนปรนกับคนอื่น
จงคิดถึงคนอยู่ให้มาก จงลืมคนจากให้พ้น
จงอดทนรอให้ใบหม่อนกลายเป็นผีเสื้อ
จงเอาใจใส่เขาเหมือนอยู่ในใจเรา
จงเรียนให้ชัด จงดูให้เห็น จงทำให้จริง
จงรู้ว่าตัวเราเป็นใคร และเป็นตัวของตัวเอง
จะช้าเพื่ออยู่ต่อ หรือจะรีบเพื่อลาจาก
จอดเรือให้ดูท่า จะนั่งให้ดูพื้น
 
ฉลาดหรือโง่วัดกันที่วาจา
ฉลาดต้นปี ไม่สู้ฉลาดตอนปลายปี
ฉากแรกที่มีรัก เป็นบทจบของสติปัญญา
เฉพาะคนที่ขี้เกียจ ถึงจะเชื่อเรื่องโชคชะตา
เฉพาะคนที่ไม่ลดละ ผู้นำรออยู่ข้างหน้า
ฉิบหายตอนต้น ดีกว่าเสียหายตอนปลาย
เฉพาะคนสู้ชีวิต จึงสมควรมีชีวิตอยู่
ฉันคือผู้แพ้ นั่นแหละเธอจึงชนะ
7月20日

หายจัยเป็นเธอ

เจอเธอไกลๆ ก็ใจหวิว ตัวมันจะปลิวให้ได้เลย
โธ่เอ๋ย อุตส่าห์เก๊กหน้ามาตั้งนาน

เธอไม่ได้มองก็ดันเขิน บางทีเพลินๆ ก็ซ้อมหลบสายตา
จะอายล่ะนะ ใครระงับอาการให้ที

*  หายใจเข้าก็เฮ้อเธอ (เฮ้อเธอ)
หายใจออกก็เฮ้อเธอ (เฮ้อเธอ)
เป็นอะไรมากไหมใจลอยแบบเนี้ย
หายใจเข้าก็เฮ้อเธอ (เฮ้อเธอ)
หายใจออกก็เฮ้อเธอ (เฮ้อเธอ)
แต่ก็โอเคนะ ก็มันเหนื่อยดี

เดินไปเดินมาก็คิดถึง
ใจเราก็ยังไม่ถึงเธอ
ยิ่งเจอก็ยิ่งเผลอทำตัวประหม่า

เธอไม่ได้มองก็ดันเขิน บางทีเพลินๆ ก็ซ้อมหลบสายตา
จะอายอีกละ ใครระงับอาการให้ที

 (ซ้ำ * )

 (ซ้ำ * )

ไม่เป็นไรหรอกนะ ก็รักเธอนี่
 

จงรักในสิ่งที่ทำ